ป้าแต๋นอัดอั้น แฉต่อ วันลูกตาย ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่

Sponsored Ad

กรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบที่ไปพบศพบนเขาภูเหล็กไฟ จ.มุกดาหาร ที่ยังเป็นปริศนา และเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาแล้วร่วม 2 เดือน กระทั่งคนในครอบครัวสาดโคลนใส่กัน และสงสัยกันเองภายในครอบครัว ระหว่างแม่น้องชมพู่ กับลุงพล ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 8 ก.ค.63 สรุปประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยของทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายแม่ชมพู่ตั้งข้อสังเกตว่า สะดิ้งไปหาน้องชมพู่ที่บ้านลุงพล ป้าแต๋นอ้างอาบน้ำอยู่ ลุงพล บอกว่า ออกจากบ้านก่อนน้องสะดิ้งมาหา ข้อมูลคลาดเคลื่อน แม่น้องชมพู่ ถามว่า รู้เรื่องน้องชมพู่หายหายตัวไป ก่อนไปรับพระได้อย่างไร ลุงพล ตอบว่า ไม่จริง พระจำคลาดเคลื่อน

แม่น้องชมพู่ ถามว่า การเดินทางจากบ้านลุงพล ไปวัดนานผิดปกติ” ลุงพล ตอบว่า แวะทักทายชาวบ้าน ขับรถไม่เร็ว แม่น้องชมพู่ ถามว่า ลุงไม่มาเผาศพ ลุงพล ตอบว่า มาร่วมงาน โดยทำหน้าที่นำน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ หลังจากสอบถาม นายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่ เปิดเผยว่า กรณีการจัดกระเป๋าเสื้อผ้าขึ้นไปตามหาชมพู่ ตนยอมรับว่าการมีความสงสัยอยู่ เพราะตนได้ยินว่ามีการเตรียมลิ้นจี่เอาไว้ ซึ่งตอนเอากระเป๋าขึ้นไปตนไม่เห็นลิ้นจี่ แต่แม่น้องชมพู่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า แม่เอาลิ้นจี่ออก เพราะมันเน่าแล้ว

ทั้งนี้ตนไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับใคร ยอมรับว่าตอนที่มีคนบอกว่าเจอรองเท้า ตนไม่คิดว่าสภาพของน้องเป็นอย่างไร ตนเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารองเท้าเป็นของใคร อีกอย่างตนไม่คิดว่าสภาพหลานที่เจอจะเป็นแบบที่พบ ตนคิดว่าน้องอาจจะอิดโรย อ่อนแรง ไม่เสียชีวิต แต่สิ่งที่เห็นมันเกินภาพที่คิดเอาไว้ มันต่างกันกับสิ่งที่เจอมาก เพราะตอนแรกทุกคนโยงว่าสิ่งลี้ลับพาหลานไป ตอนนั้นก็ไม่คิดว่าน้องชมพู่จะไปอยู่สูงขนาดนั้น คิดว่าคงอยู่จุดไหนสักแห่ง เมื่อขึ้นไปบนเขา เสื้อผ้าที่เตรียมไปก็ได้หยิบให้เจ้าหน้าที่ กระเป๋าก็วางทิ้งไว้บนเขา ตนคงตอบไม่ได้ว่ากระเป๋าเตรียมไปเพื่ออะไร ตนคงบอกเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ที่สงสัยมากที่สุดคือ ลิ้นจี่ เหมือนว่าเตรียมของไว้หลายวัน ตนไม่เคยเห็นหรือทราบเรื่องการเตรียมกระเป๋า มาทราบอีกทีก็ตอนที่พ่อน้องชมพู่เอามาให้แล้ว ตนก็ไม่ได้เปิดกระเป๋าดูว่ามีอะไร อย่างไรก็ตาม หากกระเป๋าใบดังกล่าวเตรียมไว้นาน มันแปลกแน่นอน ซึ่งตนยังไม่ได้คำตอบนี้ว่ากระเป๋าเตรียมไว้ก่อนทำไม

เมื่อสอบถามนางสมพร หลาบโพธิ์ ป้าของชมพู่ เปิดเผยว่า เรื่องกระเป๋าที่มีการเตรียมให้ในวันพบศพชมพู่ ตนมองว่าสิ่งของที่เตรียมดูไม่ค่อยจำเป็นเท่ากับการเตรียมเรื่องการแพทย์ เพราะเด็กหายไปถึง 4 วัน ซึ่งตอนแรกพยายามคิดในแง่ดีว่าพ่อแม่คงอยากให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ตนไม่ทราบว่าพ่อแม่เด็กเตรียมกระเป๋าใบนี้ไว้นานหรือยัง ตนก็ไม่ได้สังเกต ซึ่งตนมองว่าไม่จำเป็นสำหรับเสื้อผ้า หากเป็นน้ำ นม เครื่องปฐมพยาบาล คงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า ส่วนกรณีโทรศัพท์ ตนทราบว่านางสาวิตรี เปลี่ยนโทรศัพท์ก่อนเผาชมพู่ แต่เบอร์ไม่น่าจะได้เปลี่ยน ตนไม่แน่ใจเรื่องสายปริศนา แต่เหมือนทราบว่ามีคนรับสายปริศนาอยู่ แต่ไม่แน่ใจรายละเอียด ส่วนตัวเคยรับสายโทรศัพท์ของน้องสาวครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นสายปริศนา เพียงคนโทรศัพท์มาให้คำแนะนำ

นางสมควร ยอมรับว่า ตนคือบุคคลที่ห้ามให้นางสาวิตรี ขึ้นไปบนภูเหล็กไฟ ในวันที่เจอศพน้องชมพู่ การเผาศพ ตนก็เป็นคนเดียวที่คุยกับน้อง ๆ เพราะตนเคยดูข่าว ตนสงสัยว่าควรเก็บศพไว้ เนื่องจากศพหลานเปือยกาย และยังไม่มีผลชันสูตรอะไรที่แน่นอน ทำให้ตนบอกน้องสาวให้เก็บศพไว้ ซึ่งน้อง ๆ คนอื่น ๆ ร้องขอให้เผา ตนจึงอยากบอกว่า หากครอยครัวตนผิด จะไปร้องขอทำไม ต่อมา นางสมควร หลาบโพธิ์ ยายของน้องชมพู่ ได้ยอมรับว่า ประเด็นที่มีการจัดกระเป๋าให้ลุงพลขึ้นไปนั้น ทางครอบครัวก็มีการจัดกระเป๋าให้ลุงพล เพราะคิดว่าน้องชมพู่ยังมีชีวิตอยู่ และถ้าเจอน้องน้องหิว จะได้เอาขนม น้ำดื่ม และผลไม้ ให้น้องชมพู่กิน ส่วนตัวแล้วก็ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าในกระเป๋าที่เตรียมให้น้องชมพู่นั้น มีลิ้นจี่เน่า แต่ตนคิดว่าตอนที่ครอบครัวมีการเตรียมกระเป๋านั้น

ใครเห็นผลไม้อะไร ก็หยิบใส่กระเป๋า จึงไม่ทันดูว่ามีผลไม้เน่าหรือไม่ ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด แลก็จำไม่ได้ว่าวันนั้น ใครเป็นคนเอาลิ้นจี่ใส่ในกระเป๋า เหตุการณ์วันนั้นหลังจากที่เจอศพน้องชมพู่ ตนได้ห้ามนางสาวิตรี และนายอนามัยว่า อย่าขึ้นไปเลย เดี๋ยวจะช็อก ซึ่งขนาดนายอนามัย ทราบข่าวอยู่ที่บ้าน นายอนามัยก็ยังช็อกหมดสติ จนต้องเข้าโรงพยาบาลเลย ยายสมควร เล่าต่อว่า กรณีที่มีการเผาเสื้อผ้าน้องชมพู่ ในวันเผาศพนั้น ก็เป็นความเชื่อตามประเพณีบ้านของตน ที่เชื่อว่าถ้ามีการเปาเสื้อให้กับศพจะได้นำไปใส่ในภพภูมิหน้า ซึ่งการเผาเสื้อนั้นจะเผาหมดหรือแบ่งเผาก็ได้ ถามว่าทำไมในบรรดาพี่น้องทุกคน ยกเว้นป้าแต๋น ถึงสงสัยว่าลุงพล จะเป็นคนร้าย นางสมควรก็ตอบว่า ประเด็นนี้ตนก็ไม่รู้ว่า ลูก ๆ ของตนสงสัยลุงพลเพราะสาเหตุอะไร

ทีมข่าวถามนางสมควรต่อว่า ทำไมนายอนามัย ถึงไถนาในวันที่ 11 พ.ค.63 นานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งประเด็นนี้ตนก็ให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน คิดว่าการไถนาของนายอนามัย ถ้าเสร็จตอนไหน เขาก็เลิกไถนาตอนนั้น ถ้าไถไม่เสร็จก็ไม่ได้กลับ ส่วนประเด็นที่ชาวเน็ตตั้งคำถามว่าน้องสะดิ้ง เป็นลูกติดนางสาวิตรีหรือไม่ นางสมควรก็ขอยืนยันว่า ทั้ง 2 คนเป็นลูกแท้ ๆ ของนายอนามัย และนางสาวิตรี ไม่ได้เป็นลูกติดพ่อ หรือติดแม่แต่อย่างใด ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า พ่อและแม่น้องชมพู่ อาจเป็นผู้ก่อเหตุ สมควรก็ตอบว่า พ่อแม่ที่ไหนจะกล้าฆ่าลูกได้ พ่ออนามัยก็ไม่ได้คบชู้ แม่สาตรีก็ไม่ได้คบชู้

ทั้งสองอยู่กินกันมาก็ไม่ได้ขัดสนอะไร ทั้งนี้การถูกสังคมโตมตีอย่างหนักในตอนนี้นั้น ตนก็รู้สึกสงสารนางสาวิตรี รวมถึงป้าแต๋นมาก ๆ อยากให้โลกโซเชียลฯ ดูดี ๆ ก่อนพิมพ์โจมตี และในฐานะที่ตนเป็นแม่ ตนก็อยากให้ลูก ๆ หันหน้าคุยกันดี ๆ ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ หลังจากที่เมื่อวานนี้นายจีรพันธ์ เพชรขาวหรือหมอปลา มือปราบสัมภเวสี หอบโฉนดที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ มาแสดงต่อสื่อพร้อมประกาศว่า หากหวยไปตกที่ลุงพล ก็พร้อมที่จะเป็นผู้ประกันตัวให้ เพราะสัมผัสลุงพลและครอบครัวรวมทั้งไปที่บ้านลุงพลมาแล้ว มีแต่สิ่งดี ๆ จึงไม่ยอมให้คนดีถูกรังแก

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านนายจีรพันธ์ เพชรขาว ที่จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่ตนมั่นใจว่าลุงพลไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เพราะว่าตนได้ลงพื้นที่สัมผัสกับลุงพลมาแล้ว ทั้งเมียและตัวลุงพล รวมทั้งไปที่บ้านและที่เกิดเหตุมาแล้ว สัมผัสได้ว่าลุงพลเป็นคนซื่อ ๆ เซ่อ ๆ และไม่ทันคน ถ้าใครติดตามข่าวมาตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่น้องชมพู่หายตัวไป จะไปไหนก็แล้วแต่ ลุงพลจะเป็นคนอาสาพาไปทุกอย่าง และไม่ได้สนใจเลยว่า ตัวเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย

แต่วันนี้หลายคนสงสัยว่าลุงพลเป็นคนฆ่า ซึ่งตนเห็นในเนื้อข่าว ลุงพลบอกว่า ถ้าหวยมาออกที่เขา ก็คงต้องสู้ แต่ไม่มีอะไรไปประกันตัวได้ เมื่อตนได้ดูข่าว ซึ่งครั้งหนึ่งตนเคยไปบ้านเขา ตนไม่มีวันปล่อยให้คนดี ๆ แบบลุงพลถูกทำร้ายได้ เพราะตนเชื่อมั่น ตนได้สัมผัสกับลุงพล พ่อตา แม่ยายลุงพล เมียลุงพล สัมผัสมาหมดแล้ว คนเหล่านี้ไม่มีพิษมีภัย คนหน้าเดียวแบบนี้หายาก แต่ไอ้พวกคนหลายหน้า ไอ้พวกสร้างภาพ ไอ้พวกลิ้นไม่มีกระดูกมีเยอะแยะ ส่วนที่ตนเคยไปพื้นที่มาแล้ว จุดไหนที่ผมสัมผัสได้ ตนก็จะบอกว่าผมสัมผัสได้ แต่ก็ไม่ได้พูดให้เป็นการกดดันตำรวจ ก็ปล่อยไปตามหน้าที่ ก็รู้อยู่ในใจ แต่ที่ตนบอกวันนั้นว่าสัมผัสไม่ได้ ก็เพราะไม่อยากให้ทุกคนทะเลาะ แต่เมื่อวันนี้ลุงพลโดนกล่าวหา

จึงบอกว่าผมสัมผัสได้ ที่กระซิบนักข่าวก็ต้องรู้ว่าสัมผัสได้ แต่ไม่ได้พูดนะว่าสัมผัสได้ตรงไหน แต่บอกได้เลยว่า ไม่ใช่บ้านลุงพล ที่บอกนักข่าวคือเจอจุดนี้ มันไม่ค่อยดี จึงบอกไว้ก่อน แต่ตอนที่สัมผัสกับลุงพล ไม่เจอกับสิ่งไม่ดีแล้วจะไม่ช่วยคนดีได้อย่างไร แม้บ้านลุงพลจะมองดูไม่ดี แต่คนที่อยู่ข้างในคือคนดี จิตใจคนมันดีต่อให้อยู่ตรงไหนก็คือคนดี แม้ตรงบ้านจะดูไม่ดี แต่ไม่มีวิญญาณน้องชมพู่ เราต้องช่วยปกป้องคนเหล่านี้ ถ้ามีโอกาสหมอปลาจะไปอีกไหม หมอปลาตอบว่า ผมไปแน่นอน ผมจะไปเยี่ยมลุงพล เพราะไอ้จุดบางจุด ผมคิดว่าเขาคงไม่ให้ผมเข้าไปแน่นอน ผมไม่ได้ไปสร้างความร้าวฉานนะ”

นายชาญ ตาของน้องชมพู่ กล่าวว่า เรื่องหมอปลาออกมาช่วยเหลือเรื่องประกันตัวหากลุงพลถูกจับ ตนดีใจและยิ้มออกแล้ว เพราะมีคนมาช่วยเหลือ ที่ดินมากกว่า 10 ล้านบาท ตนมองว่าคนเรากำลังตกที่เคราะห์ คิดอะไรไม่ออก เหมือนหมายจับกำลังจะมาลง คล้ายนักมวยที่กำลังจนมุม ปรากฎมีหมอปลาออกมาพูดว่า จะมาช่วยคนบริสุทธิ์ ตนเองก็ยิ้มดีใจ ยอมรับที่ผ่านมาก็เครียดเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัว เพราะใจตนอยากจะประกันตัวแน่นอน แต่ก็มาเครียดเพราะตนไม่มีหลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้ก็นั่งคิดอยู่ ลูกเขยถูกจับก็เสมือนลูกสาวถูกจับด้วย ทั้งนี้ตนเองถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่ยังมีคนมาช่วยครอบครัวตน ตนขอขอบคุณ หากลุงพล หรือใครในครอบครัวทำผิดจริง ตนก็ไม่เอาไว้ ผิดว่าไปตามผิด แต่ลุงพลตนยืนยันว่าไม่ผิด